วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5


บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

วันศุกร์ ที่ 7กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563

เวลา 13:30 - 16:30 น.


เนื้อหาที่เรียน
วิธีการศึกษาพฤติกรรม คือ วิธีการที่ถูกนำมาใช้ในการแสวงหาความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมจะนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแสวงหาความรู้วิธีการทางวิทยาศาสตร์นี้ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ กำหนดปัญหาตั้งสมมุติฐานรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล 

วิธีการศึกษาพฤติกรรม 
1.การทดลอง (Experimental Method)  เป็นการศึกษาพฤติกรรมในทางจิตวิทยาที่เป็นวิทยาศาสตร์สูงมาก โดยมุ่งศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างเหตุการณ์สองเหตุการณ์ และเหตุการณ์ที่เป็นเหตุ เรียกว่า ตัวแปรอิสระ (Tndependent Variable) ส่วนเหตุการณ์ที่เป็นผล เรียกว่า ตัวแปรตาม (Dependent Variable) การปฏิบัติต่อตัวแปรอิสระ เรียกว่า การจัดกระทำ (Treatment) 
2. การสำรวจ (Survey Method) เป็นการศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์เช่นกัน แม้ว่าจะไม่เข้มข้นนักก็ยังมีวิธีการศึกษาตัวแปรเหมือนการทดลอง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรจะเป็นเหตุเป็นผลแก่กันไม่ได้ และผู้ศึกษาไม่มีการจัดกระทำต่อตัวแปร กระทำเพียงแค่ศึกษาตัวแปรอย่างมีระบบในสถานการณ์ที่พบ การสำรวจ 
3. วิธีการตรวจสอบจิตตนเอง (INTROSPECTION METHOD) วิธีการตรวจสอบจิตตนเอง หรือ วิธีการพินิจภายในนี้ หมายถึง วิธีการทีบุคคลสังเกตตนเองหรือสำรวจตนเอง โดยการให้พิจารณาความรู้สึกของตนเอง สำรวจตรวจสอบตนเอง แล้วรายงานถึงสาเหตุและความของตนเองออกมา
4. วิธีทางคลินิก (Clinical Method) เป็นการศึกษาพฤติกรรมแบบลึก(In-Depth Study) รายใดรายหนึ่งโดยใช้เครื่องมือหลาย อย่าง เพื่อให้ได้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน และใช้ระยะเวลานานเพื่อให้ทราบสาเหตุของพฤติกรรมของบุคคลนั้น ๆ ตลอดจนได้ข้อความรู้ใหม่ ๆ ที่จะนำไปใช้กับกรณีอื่น ๆ ได้ 
5. การสังเกตอย่างมีระบบ (Systematic Observation) พฤติกรรมเป็นจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องศึกษาในสถานการณ์ปกติที่สถานการณ์นั้นเกิดขึ้น โดยการเฝ้าสังเกตและบันทึกพฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเรียกว่า การสังเกตอย่างมีระบบวิธีการนี้ต้องนิยามพฤติกรรมที่จะสังเกตให้ชัดเจนและวัดได้ เรียกว่า นิยามปฏิบัติการ (Operational Definition) การสังเกตเป็นวิธีการที่มีความชัดเจน ง่าย และสะดวก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตว่าจะมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะความชำนาญ
6. การใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) การใช้แบบสอบถามเหมาะสำหรับในการศึกษาพฤติกรรมของบุคคลที่มีจำนวนมาก ๆ และต้องการคำตอบอย่างรวดเร็ว ทำให้ประหยัดเวลาค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แบบสอบถามทีใช้จะต้องเป็นเครื่องมือที่มีความเป็นมาตรฐาน มีคุณภาพ มีความเที่ยงตรง มีความเชื่อมั่นได้
7. การทดสอบทางจิตวิทยา (Psychological Testing) แบบทดสอบทางจิตวิทยาเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดลักษณะพฤติกรรมที่แอบแฝงอยู่ภายในตัวบุคคลซึ่งเป็นสิ่งที่บุคคลพยามยามปกปิดซ่อนเร้นไว้ จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม อาทิ การตรวจเช็คระดับสติปัญญา การวัดความถนัดและความสนใจ 

สรุป
วิธีการศึกษาทางจิตวิทยาต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีวิธีใดดีที่สุด การนำไปใช้ขึ้นอยู่กับ จุดมุ่งหมายของผู้ใช้เป็นสำคัญ วิธีการสังเกต การสำรวจ การใช้แบบสอบถาม และการทดลอง มักใช้ศึกษากับกลุ่มคนจำนวนมาก ๆ และมักเป็นการศึกษาเพื่อหาความรู้ โดยไม่สนใจพฤติกรรมเฉพาะตัวบุคคล ส่วนวิธี การทดสอบ การตรวจสอบจิตตนเอง












บันทึกอนุทินครั้งที่ 4


บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ.2563

เวลา 13:30 - 16:30 น.



เนื้อหาที่เรียน
สมรรถนะ (Competency)คือพฤติกรรมบ่งชี้ของแต่ละวัย (ช่วยอายุ)ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง (Can do)



 ตัวอย่าง : การเคลื่อนไหวและการทรงตัว
  3 ปี – วิ่งและหยุดเองได้
  4 ปี – เดินต่อเท้าไปข้างหน้าโดยกางแขน
  5 ปี – เดินต่อเท้าไปข้างหลังโดยไม่กางแขน
ตัวอย่าง : การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนเด็ก
  3 ปี – พูดคุยและเล่นกับเพื่อนเด็กด้วยกัน
  4 ปี – ช่วยเหลือเพื่อน
  5 ปี – ชวนเพื่อนมาเล่นด้วยกันโดยกำหนดสถานที่
  ตัวอย่าง : ความทรงจำ
   3 ปี – ท่องคำคล้องจองสั้น ๆ ได้
   4 ปี – บอกชื่อวันในหนึ่งสัปดาห์
   5 ปี – บอกหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้านได้
 ตัวอย่าง : การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
   3 ปี – แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ โดยการลองผิดลองถูก เช่น สวมรองเท้า ติดกระดุม
   4 ปี – แก้ปัญหาโดยใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ใช้ไม้เขี่ยสิ่งของที่เอื้อมไม่ถึง
   5 ปี – แก้ปัญหาได้หลายวิธี และรู้จักเลือกวิธีที่เหมาะสม




ความสำคัญ
💖ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กและครูปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจ เด็กปฐมวัยมากขึ้น
💖สร้างความตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยมากขึ้น
💖ชี้แนะแนวทางในการพัฒนาเด็กเป็นเสมือน “คู่มือช่วยแนะแนว”
💖ส่งเสริมวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้ได้คุณภาพดียิ่งขึ้น
💖ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยมีเป้าหมายร่วมกันและประสานประโยชน์เพื่อเด็กได้ดียิ่งขึ้น


สมรรถนะ 7 ด้าน ประกอบด้วย
(1) การเคลื่อนไหวและสุขภาพทางกาย  
(2) พัฒนาการด้านสังคม
(3) พัฒนาการด้านอารมณ์ 
(4) พัฒนาการด้านการคิดและสติปัญญา
(5) พัฒนาการด้านภาษา 
(6) พัฒนาการด้านจริยธรรม
(7) พัฒนาการด้านการสร้างสรรค์






บันทึกอนุทินครั้งที่ 3


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3
วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563
เวลา 13:30-16:30 น.

เนื้อหาที่เรียน
 พัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.พัฒนาการผิดปกติ
  - ถ้าพบเร็ว สามารถแก้ไขรักษาได้เร็ว กลับมามีพัฒนาการปกติ
  - รายที่แก้ไขไม่ได้ หาทางให้มีพัฒนาการใกล้เคียงปกติมากที่สุด หรือส่งต่อ
2. พัฒนาการปกติ 
  - ส่งเสริมให้มีพัฒนาการได้เต็มที่

พัฒนาการในแต่ละเดือนมีดังนี้
แรกเกิด-ต่ำกว่า 1 เดือน
  - มองหน้า สบตา
  - ตอบสนองต่อเสียงพูด ทำเสียงในลำคอ
อายุ 1-2 เดือน
  - สนใจและมองหาเสียง ทำเสียงอูอาโต้ตอบ
  - มองตามสิ่งที่เคลื่อนไหว
  - ชันคอในท่าคว่ำ
อายุ 3-4 เดือน
  - หันหาเสียง
  - หัวเราะได้
  - ส่งเสียงอ้อแอ้โต้ตอบ
  - มองตามจากด้านหนึ่งจนสุดอีกด้านหนึ่ง
  - ในท่าคว่ำใช้แขนยันชูคอตั้ง 90 องศา
อายุ 5-6 เดือน
  - แสดงอารมณ์และท่าทาง เช่น ดีใจ ขัดใจ 
  - หันตามเสียงเรียกชื่อ
  - ส่งสียงสูงๆต่ำๆ
  - คว้าของมือเดียวและเปลี่ยนมือถือของได้
อายุ 7-8 เดือน
  - ทำเสียงพยางคืเดียว เช่น จ๊ะ หม่ำ
  - มองตามของตก
  - นั่งทรงตัวได้เองโดยไม่ต้องใช้มือยัน
อายุ 9-10 เดือน
  - เล่นจ๊ะเอ๋
  - ใช้ท่าทางหรือการชี้บอกความต้องการ
  - ใช้นิ้วและนิ้วหัวแม่มือหยิบของ
  - เกาะยืนและเหนี่ยวตัวลุกขึ้นยืนจากท่านั่ง
อายุ 11-12 เดือน
  - เลียนแบบท่าทาง
  - เข้าใจเสียงห้ามและหยุดทำ
  - ยืนเองได้ชั่วครู่หรือตั้งไข่
อายุ 13-15 เดือน
  - ทำตามคำบอกง่ายๆ
  - พูดคำที่มีความหมายได้ 1-3 คำ
  - เดินได้เอง
อายุ 16-18 เดือน
  - รู้จักปฏิเสธ
  - ทำตามคำสั่งง่ายๆโดยการชี้อวัยวะ 1-2 ส่วน
  - วางของซ้อนกัน 2-3 ชั้น
อายุ 19-24 เดือน
  - พูดคำ 2 คำต่อกันอย่างมีความหมาย
  - เปิดหน้าหนังสือได้ทีละหน้า
อายุ 25-30 เดือน
  - พูดคุยโต้ตอบเป็นประโยคสั้นๆ
  - ชี้หรือทำตามคำบอก เช่น ชี้อวัยวะอย่างน้อย 6 ส่วน
  - ขีดเขียนเป็นเส้นวนๆ
อายุ 31-36 เดือน
  - รู้จักรอคอย
  - บอกชื่อตนเองได้
  - เข้าใจเพศ ชาย-หญิง
อายุ 37-48 เดือน
  - บอกได้อย่างน้อย 1 สี
  - เขียนวงกลมตามแบบได้
  - พูดเล่าเรื่องให้คนอื่นเข้าใจเกือบทั้งหมด 
อายุ 49-60 เดือน
  - เข้าใจและอธิบายเหตุผลง่ายๆ
  - นับและรู้จักจำนวน 1-5 
  - บอกสีได้ 4 สี
  - วาดรูปคนอย่างง่าย
อายุ 61-72 เดือน
  - รู้จักซ้าย ขวา ข้างบน ข้างใต้ ข้างหน้า ข้างหลัง 
  - รู้จักจำนวน 1-10 ชิ้น
  - วาดรูปสามเหลี่ยม








บันทึกอนุทินครั้งที่ 2


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2563
เวลา 13:30-16:30 น.


เนื้อหาที่เรียน


การศึกษาพฤติกรรม
   พฤติกรรม (Behavior) หมายถึง กิริยาอาการ ที่แสดงออกทุก
รูปแบบของสิ่งมีชีวิตเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทั้งภายนอกและในเป็นการแสดงออกที่เห็นได้จากภายนอก โดยรูปแบบของพฤติกรรมต่างๆ นั้นเป็นผลมาจากการทำงานร่วนกันของพันธุกรรมและ
สิ่งแวดล้อม

พฤติกรรมเป็นกระบวนการ
  1. กิริยาที่แสดงออก (Acting)
  2. ความคิดเกี่ยวกับกิริยานั้น (Thinking)
  3. ความรู้สึกที่มีอยู่ขณะนั้น

ประเภทของพฤติกรรม
       พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) คือการกระทำหรือ
ปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกตผ่าน
อวัยวะรับสัมผัส/ประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น หรือผิวหนัง) หรือใช้
เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ช่วยสังเกต
   พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior)  คือกระบวนการที่เกิด
ในตัวบุคคลจะโดยรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่
สามารถสังเกตได้และไม่สามารถใช้เครื่องมือวัดได้โดยตรง

สิ่งเร้า  (Stimulus) 
  สิ่งเร้าภายใน ได้แก่ สิ่งเร้าที่เกิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น
 ความกระหาย สิ่งเร้าภายในนี้ จะมีอิทธิพลสูงสุดในการกระตุ้นเด็กให้
แสดงพฤติกรร
  สิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ สิ่งกระตุ้นต่างๆ สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่
สามารถสัมผัสได้โดยประสาททั้ง 5 คือ หู า คอ จมูก การสัมผัส













บันทึกอนุทินครั้งที่ 1



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1
วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2563
เวลา 13:30-16:30 น.


เนื้อหาที่เรียน
วันนี้เป็นคาบแรกของวิชานี้อาจารย์ได้บอกรายละเอียดในวิชานี้บอกงานที่ต้องทำในเทอมนี้และอาจารย์ให้เล่นเกมทดสอบก่อนเรียนและใครตอบได้มากที่สุดมีรางวัลให้ 💗ได้ที่ 3💗